ชิปปิ้งจีนไทยกระทบอย่างไรบ้างกับประเด็นร้อน! ‘สหรัฐเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าจากจีน’

เป็นประเด็นร้อนมาทั้งสัปดาห์ กับกรณี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่ากว่า 60,000 ล้านดอลล่าห์! การขึ้นกำแพงภาษีในครั้งนี้เกิดขึ้นจากอะไร จะกระทบกับเศรษฐกิจโลกอย่างไร แล้วการชิปปิ้งจีนไทยเกี่ยวข้องอะไรด้วยนะ??

ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม สหรัฐเพิ่งจะเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม ในอัตรา 25% และ 10% ตามลำดับ ซึ่งการเพิ่มกำแพงภาษีเหล็กและอลูมิเนียมนี้ไม่ได้ระบุเจาะจงถึงประเทศใด แต่เป็นที่รู้กันดีว่าผู้ส่งออกเหล็กและอลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดของโลกก็คือจีน

จากการกีดกันทางอ้อม มาถึงการกีดกันสินค้าจากจีนอย่างชัดเจนผ่านนโยบายเพิ่มกำแพงภาษีกับสินค้ากว่า 1,300 รายการ เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้กรณีนโยบายการค้าของรัฐบาลปักกิ่งละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ ซึ่งสหรัฐได้มีแผนจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์กรการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ที่นครเจนีวา

เป็นที่น่าวิตกว่าสงครามทางการค้าครั้งนี้จะจบลงรูปแบบใด เมื่อจีนเริ่มมีท่าทีตอบโต้กลับ โดยหนึ่งในวิธีที่จีนอาจเลือกใช้คือการลดซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งจีนถือครองอยู่มากถึง 19% จากการถือครองของชาวต่างชาติทั้งหมด หากจีนตอบโต้เช่นนี้จริงตลาดหุ้นต้องปั่นป่วนอย่างรุนแรงแน่นอน

ชิปปิ้งจีนไทยผลกระทบจากสหรัฐเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าจากจีน ชิปปิ้งจีนไทย ชิปปิ้งจีนไทยกระทบอย่างไร กับประเด็น “สหรัฐเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าจากจีน” 4 01 1

ชิปปิ้งจีนไทยผลกระทบจากสหรัฐเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าจากจีน

กลับมาดูที่เรื่องใกล้ตัวกว่านั้น จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบกับผู้นำเข้าสินค้าจากจีนในไทยอย่างไร?

ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวหากสหรัฐยังคงต่อต้านสินค้าจากจีน (ที่มา : สินค้าจีนจ่อทะลักไทย เตือนเอกชนรับมือของถูกแย่งตลาด ลองคิดสภาพที่จีนไม่สามารถปล่อยสินค้าที่ผลิตออกมาแล้วไปยังสหรัฐได้ สินค้าเหล่านั้นจำเป็นต้องหาพื้นที่กระจายออก แน่นอนว่าการกระจายสินค้าในสภาวะเช่นนี้ การกำหนดราคาย่อมต้องถูกลงกว่าปกติ มองในแง่ลบมันคือการเข้ามาของสินค้าราคาถูกที่จะขนส่งจากจีนมาไทยเข้ามาแย่งพื้นที่การตลาดกับโรงงานหรือผู้ผลิตในประเทศ แต่หากวิเคราะห์ในแง่ดี นั่นคือจังหวะทำกำไรของเหล่าผู้รับสินค้าชิปปิ้งจากจีนมาขายแล้ว

สินค้าราคาถูกทำให้ต้นทุนลดลง หากวางแผนทำตลาดไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม การหวังผลทำกำไรในระยะยาวก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินไป ธุรกิจรับนำเข้าของจากจีนมาขายจึงยังคงมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง แต่อย่าลืมว่าสงครามการค้าในครั้งนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อหมากต่อไปในเกมนี้คือการเข้าพบโดนัลด์ ทรัมป์ ของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ การเข้าพบในครั้งนี้ไม่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้!

สำหรับผู้ทำการค้าขาย รู้เขารู้เรายังคงเป็นหลักการที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย แม้แต่ในยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างปัจจุบันก็ยังคงใช้หลักการนี้ได้ดี (อ่านบทความ ชิปปิ้งจีน ปรับตัวยังไงในยุคไทยแลนด์ 4.0 คลิก ) ถ้ารู้จักหมั่นติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลก ย่อมสามารถนำมาปรับใช้กับทุกธุรกิจได้แน่นอนค่ะ

2018-08-15T09:34:09+00:00