เงื่อนไขการให้บริการ

ข้อ 1 คำนิยาม
1.1 “บริษัท” หมายถึง บริษัท เยล โลจิสติกส์ จำกัด และให้หมายความรวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และตัวแทนของบริษัทด้วย
1.2 “ลูกค้า” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งสั่งจอง ใช้ หรือรับประโยชน์จากบริการของบริษัท และให้หมายความรวมถึงผู้ส่ง ผู้รับ ผู้รับตราส่ง เจ้าของสินค้า ผู้ครอบครองสินค้า และตัวแทนหรือผู้กระทำการแทนของบุคคลดังกล่าว โดยบุคคลทั้งหมดต้องร่วมกันและแทนกันรับผิดต่อบริษัทตามเงื่อนไขนี้
1.3 “สินค้า” หมายถึง ทรัพย์สินใด ๆ ที่ลูกค้าส่งมอบหรือจัดให้ส่งมอบแก่บริษัทเพื่อรับบริการใด ๆ รวมถึงหีบห่อ บรรจุภัณฑ์ พาเลท และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
1.4 “บริการ” หมายถึง การรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การขนส่งสินค้าในทุกรูปแบบ การรวบรวมสินค้าเข้าตู้ร่วม การดำเนินพิธีการศุลกากร บริการคลังสินค้า การกระจายและจัดส่งสินค้า ตลอดจนบริการอื่นใดที่เกี่ยวเนื่อง ตามที่บริษัทตกลงให้แก่ลูกค้า
1.5 “ตู้ร่วม” หมายถึง ตู้คอนเทนเนอร์หรือยานพาหนะซึ่งบรรทุกสินค้าของลูกค้าหลายรายร่วมกัน
1.6 “เอกสารการขนส่ง” หมายถึง ข้อมูล บันทึก หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่บริษัทจัดทำหรือออกผ่านระบบของบริษัทเกี่ยวกับการรับ การขนส่ง หรือการส่งมอบสินค้า เช่น รายการจอง บันทึกการรับสินค้าเข้าคลัง บิลขนส่ง ใบแจ้งหนี้ และบันทึกสถานะการขนส่ง รวมถึงเอกสารอื่นทำนองเดียวกันไม่ว่าในรูปแบบใด ทั้งนี้ เอกสารการขนส่งดังกล่าวมิใช่ตราสารเปลี่ยนมือ และมิใช่เอกสารแสดงสิทธิในสินค้า เว้นแต่บริษัทจะระบุไว้โดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น
1.7 “ผู้รับจ้างช่วง” หมายถึง บุคคลใด ๆ ที่บริษัทว่าจ้างหรือมอบหมายให้ดำเนินการส่วนหนึ่งส่วนใดของบริการ ไม่ว่ากี่ทอด
1.8 “เหตุสุดวิสัย” มีความหมายตามข้อ 18
1.9 “วัน” หมายถึง วันตามปฏิทิน เว้นแต่จะระบุว่าเป็นวันทำการ
1.10 “ชิปเมนท์” หมายถึง สินค้าทั้งหมดของลูกค้ารายเดียวกันซึ่งบริษัทเรียกเก็บค่าบริการตามบิลขนส่งหรือใบแจ้งหนี้ฉบับเดียวกัน หากยังมิได้มีการออกบิลขนส่งหรือใบแจ้งหนี้ ให้หมายถึงสินค้าทั้งหมดของลูกค้ารายเดียวกันซึ่งบรรทุกในตู้ร่วมหรือยานพาหนะรอบการขนส่งเดียวกัน ตามบันทึกการรับสินค้าเข้าคลังหรือบันทึกการบรรทุกของบริษัท ทั้งนี้ ไม่ว่าสินค้านั้นจะประกอบด้วยหีบห่อหรือพัสดุกี่ชิ้นก็ตาม
1.11 ในเงื่อนไขนี้ การใดที่กำหนดให้ทำเป็นหนังสือ เป็นลายลักษณ์อักษร หรือมีการลงนาม ให้หมายความรวมถึงการดำเนินการผ่านระบบของบริษัท ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นซึ่งสามารถระบุตัวผู้ดำเนินการและเรียกดูข้อความนั้นได้ในภายหลัง โดยให้มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ข้อ 2 การใช้บังคับและการตกลงยอมรับเงื่อนไข
2.1 เงื่อนไขนี้ใช้บังคับกับบริการทั้งปวงที่บริษัทให้แก่ลูกค้า และถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาให้บริการทุกฉบับระหว่างบริษัทกับลูกค้า
2.2 ลูกค้าตกลงยอมรับเงื่อนไขนี้ รวมถึงข้อยกเว้นและข้อจำกัดความรับผิดของบริษัทโดยชัดแจ้ง เมื่อมีกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้ (ก) ลูกค้าลงนามในเงื่อนไขนี้ ใบเสนอราคา ใบจอง ใบสมัครใช้บริการ หรือสัญญาวงเงินสินเชื่อซึ่งอ้างถึงเงื่อนไขนี้ (ข) ลูกค้ากดยืนยันหรือแสดงการยอมรับผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท หรือ (ค) ลูกค้าส่งมอบสินค้าให้แก่บริษัทหรือใช้บริการต่อไป ภายหลังจากที่ได้รับหรือสามารถเข้าถึงเงื่อนไขนี้แล้ว ทั้งนี้ การแสดงการยอมรับผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีผลสมบูรณ์และใช้เป็นพยานหลักฐานได้ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
2.3 ข้อกำหนดหรือเงื่อนไขใด ๆ ของลูกค้าไม่มีผลผูกพันบริษัท เว้นแต่กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทได้ตกลงเป็นหนังสือโดยชัดแจ้ง
2.4 บริษัทอาจแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขนี้ได้ โดยประกาศทางหน้าเว็บไซต์หรือแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ฉบับที่แก้ไขให้ใช้บังคับกับงานที่จองภายหลังวันที่มีผล
2.5 เงื่อนไขนี้จัดทำขึ้นเป็นภาษาไทย หากมีการจัดทำคำแปลเป็นภาษาอื่น ให้ฉบับภาษาไทยใช้บังคับ
ข้อ 3 ขอบเขตบริการและสถานะของบริษัท
3.1 บริการของบริษัทครอบคลุมถึง การรับสินค้า ณ จุดรับหรือคลังสินค้าต้นทางในสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือประเทศต้นทางอื่นตามที่ตกลง การรวบรวมสินค้าเข้าตู้ร่วม การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและภายในประเทศในทุกรูปแบบ ไม่ว่าทางถนน ทางราง ทางทะเล ทางลำน้ำ หรือทางอากาศ รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือหลายรูปแบบประกอบกัน รวมถึงการขนส่งผ่านแดนหรือข้ามแดนประเทศที่สาม การดำเนินพิธีการศุลกากรขาออกและขาเข้า บริการคลังสินค้า การกระจายสินค้า และการจัดส่งปลายทางในประเทศไทย ทั้งนี้ ตามขอบเขตที่ตกลงกันในแต่ละงาน
ในกรณีที่มิได้ตกลงรูปแบบการขนส่งไว้โดยเจาะจง บริษัทมีสิทธิเลือกรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมแต่เพียงผู้เดียว และแม้ได้ตกลงรูปแบบไว้แล้ว หากมีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งการขนส่ง บริษัทอาจเปลี่ยนไปใช้รูปแบบอื่นที่เทียบเท่าหรือดีกว่าได้ โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มจากลูกค้า
3.2 ในส่วนของการขนส่งที่บริษัทดำเนินการหรือจัดให้มีขึ้น บริษัทมีฐานะเป็นผู้ขนส่งหรือผู้รับจัดการขนส่งแล้วแต่กรณี ส่วนการดำเนินพิธีการศุลกากร การชำระภาษีอากรแทน และการจัดหาประกันภัย บริษัทกระทำในฐานะตัวแทนของลูกค้า
3.3 บริษัทมีดุลพินิจแต่เพียงผู้เดียวในการเลือกและเปลี่ยนแปลงเส้นทาง ด่านพรมแดน วิธีการขนส่ง ยานพาหนะ ลำดับการขนส่ง และผู้รับจ้างช่วง ตามที่เห็นสมควร โดยไม่จำต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
3.4 บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการรับสินค้าหรือการให้บริการใด ๆ โดยไม่จำต้องแสดงเหตุผล
ข้อ 4 หน้าที่และคำรับรองของลูกค้า
4.1 ลูกค้ารับรองและรับประกันว่า (ก) ตนเป็นเจ้าของสินค้าหรือผู้มีอำนาจโดยชอบในการทำสัญญาเกี่ยวกับสินค้าและผูกพันเจ้าของสินค้า (ข) ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ให้แก่บริษัท ไม่ว่าชนิด ประเภท จำนวน น้ำหนัก ปริมาตร มูลค่า พิกัดศุลกากร ประเทศกำเนิด และรายละเอียดอื่น ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน และ (ค) สินค้าไม่เป็นสินค้าผิดกฎหมายหรือต้องห้ามตามกฎหมายของประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่าน และราชอาณาจักรไทย
4.2 ลูกค้าต้องบรรจุหีบห่อสินค้าให้มั่นคงแข็งแรง เหมาะสมกับการขนส่งระยะไกลข้ามพรมแดนตามรูปแบบการขนส่งที่ใช้ การขนถ่ายหลายทอด และการวางเรียงซ้อนร่วมกับสินค้าอื่นในตู้ร่วม พร้อมทั้งทำเครื่องหมายให้ชัดเจน บริษัทไม่ต้องรับผิดต่อความสูญหายหรือเสียหายอันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับความบกพร่องของหีบห่อหรือบรรจุภัณฑ์
4.3 บริษัทมีสิทธิชั่งน้ำหนัก วัดขนาด และตรวจนับสินค้าใหม่ หากปรากฏว่าข้อมูลที่แท้จริงแตกต่างจากที่ลูกค้าสำแดง บริษัทมีสิทธิเรียกเก็บค่าบริการส่วนต่างตามอัตราที่แท้จริง รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
4.4 ลูกค้ามีหน้าที่แต่เพียงผู้เดียวในการจัดหาใบอนุญาต หนังสืออนุญาต และเอกสารประกอบการนำเข้า–ส่งออกทั้งปวงที่กฎหมายกำหนดสำหรับสินค้านั้น ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง อาหาร เครื่องดื่ม ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ (ใบอนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานบังคับ (มอก.) และอุปกรณ์โทรคมนาคมหรือเครื่องส่งวิทยุคมนาคม (ใบอนุญาตของ กสทช.) ทั้งนี้ บริษัทไม่มีหน้าที่ตรวจสอบ ให้คำแนะนำ หรือดำเนินการขอใบอนุญาตใด ๆ แทนลูกค้า และการที่บริษัทรับดำเนินพิธีการศุลกากรให้ มิได้ก่อให้เกิดหน้าที่ดังกล่าวแก่บริษัท หากลูกค้าไม่มีหรือไม่อาจแสดงใบอนุญาตที่กฎหมายกำหนด ให้ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อ 5
4.5 ลูกค้ามีหน้าที่ตรวจสอบด้วยตนเองว่าสินค้าสามารถส่งออกจากประเทศต้นทาง ผ่านประเทศทางผ่าน และนำเข้าประเทศไทยได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
4.6 ลูกค้าต้องติดเครื่องหมายการขนส่ง (Shipping Mark) หรือรหัสลูกค้าที่บริษัทกำหนดบนหีบห่อทุกชิ้นอย่างชัดเจนก่อนส่งเข้าคลังสินค้าต้นทาง บริษัทมีสิทธิปฏิเสธการรับหรือกักสินค้าที่ไม่มีเครื่องหมาย โดยไม่ต้องรับผิดต่อความสูญหายหรือล่าช้าของสินค้าที่ไม่อาจระบุเจ้าของได้ หากพ้น 30 วันนับแต่วันรับเข้าคลังแล้วยังไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของพร้อมหลักฐาน ให้นำข้อ 13.3 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 5 สินค้าต้องห้าม สินค้าจำกัดการขนส่ง และสินค้าอันตราย
5.1 ห้ามลูกค้าส่งมอบสินค้าดังต่อไปนี้แก่บริษัท เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากบริษัทเป็นหนังสือล่วงหน้า (ก) อาวุธ ยุทธภัณฑ์ วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง (ข) ยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (ค) สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (ง) เงินสด ธนบัตร ตราสารเปลี่ยนมือ อัญมณี โลหะมีค่า วัตถุโบราณ หรือของมีค่าทำนองเดียวกัน (จ) พืช ส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช สัตว์มีชีวิต ซากสัตว์ รวมถึงชนิดพันธุ์ตามอนุสัญญา CITES (ฉ) สินค้าเน่าเสียง่ายหรือสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ (ช) แบตเตอรี่ลิเธียมที่มิได้ติดตั้งในตัวอุปกรณ์ สารเคมี วัตถุไวไฟ หรือวัตถุอันตรายทุกประเภท (ซ) บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับบุหรี่ไฟฟ้า สุรา หรือสินค้าควบคุมตามกฎหมายสรรพสามิตอื่น (ฌ) สื่อลามกอนาจาร (ญ) เครื่องเล่นเสี่ยงโชค อุปกรณ์การพนัน หรือส่วนประกอบของสิ่งดังกล่าว เช่น เครื่องคีบตุ๊กตา ตู้เกมหยอดเหรียญ และ (ฎ) สินค้าอื่นใดที่ผิดกฎหมายหรือต้องห้ามตามกฎหมายของประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่าน หรือประเทศปลายทาง
5.2 สินค้าที่มีแบตเตอรี่ลิเธียมติดตั้งอยู่ในตัวอุปกรณ์ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือของเล่นที่มีแบตเตอรี่ในตัว มิให้ถือเป็นสินค้าต้องห้ามตามข้อ 5.1 แต่ลูกค้าต้องสำแดงสินค้าดังกล่าวไว้ในใบจองหรือแจ้งบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนส่งมอบ ชำระค่าบริการเพิ่มตามอัตราที่บริษัทประกาศกำหนด และบรรจุหีบห่อตามเงื่อนไขที่บริษัทแจ้ง หากลูกค้ามิได้สำแดง ให้ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อ 5 และลูกค้าต้องรับผิดตามข้อ 6
5.3 กรณีวัตถุอันตราย ลูกค้าต้องแจ้งประเภท ลักษณะ และข้อควรระวังเป็นหนังสือ และจะส่งมอบได้ต่อเมื่อบริษัทตอบรับเป็นหนังสือแล้วเท่านั้น
5.4 บริษัทและเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจมีสิทธิเปิด ตรวจสอบ เอกซเรย์ หรือคัดแยกสินค้าได้ทุกเวลา โดยไม่จำต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่ถือเป็นการผิดสัญญาหรือความผิดของบริษัท
5.5 หากตรวจพบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนข้อ 5 นี้ บริษัทมีสิทธิปฏิเสธการรับ ระงับการขนส่ง กักสินค้า ส่งคืนต้นทาง ส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ หรือทำลายตามที่กฎหมายกำหนด โดยลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสียหายทั้งปวง และไม่มีสิทธิเรียกคืนค่าบริการที่ชำระแล้ว
5.6 บริษัทไม่ต้องรับผิดใด ๆ ต่อความสูญหาย เสียหาย การกัก การยึด หรือการริบสินค้าที่ฝ่าฝืนข้อ 5 นี้
ข้อ 6 การชดใช้ค่าเสียหายและความรับผิดกรณีตู้ร่วม
6.1 ลูกค้าตกลงชดใช้ ปกป้อง และดำเนินการให้บริษัทหลุดพ้นจากความรับผิด สำหรับบรรดาค่าปรับ ค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ความเสียหาย ค่าใช้จ่าย (รวมถึงค่าทนายความและค่าดำเนินคดีตามสมควร) และข้อเรียกร้องของบุคคลภายนอกทั้งปวง อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับ (ก) สินค้า เอกสาร หรือข้อมูลของลูกค้า (ข) การสำแดงข้อมูลอันเป็นเท็จหรือไม่ครบถ้วน หรือ (ค) การที่ลูกค้าฝ่าฝืนเงื่อนไขนี้หรือกฎหมายใด
6.2 หากสินค้า เอกสาร หรือการกระทำของลูกค้าเป็นเหตุให้ตู้ร่วม ยานพาหนะ หรือสินค้าของลูกค้ารายอื่น ถูกตรวจค้น กัก ยึด ริบ ล่าช้า เสียหาย หรือปนเปื้อน ลูกค้าต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น รวมถึงข้อเรียกร้องของลูกค้ารายอื่นในตู้เดียวกัน ค่าเสียเวลา ค่าระวาง ค่าใช้ตู้ ค่าธรรมเนียมด่าน ค่าเก็บรักษา และค่าใช้จ่ายในการแก้ไขเยียวยาทั้งปวง บริษัทมีสิทธิเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าซึ่งบริษัทมีเหตุอันควรเชื่อว่าสินค้า เอกสาร หรือการกระทำของตนเป็นเหตุแห่งความเสียหาย ให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ และลูกค้ารายอื่นในตู้ร่วมเดียวกันที่ได้รับผลกระทบ เท่าที่จำเป็นต่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เช่น ชื่อและช่องทางติดต่อ
6.3 ในกรณีที่การตรวจค้น กัก ยึด หรือความล่าช้าของตู้ร่วม มีสาเหตุมาจากสินค้าของลูกค้ารายอื่น หรือจากคำสั่งหรือการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีดังกล่าวถือเป็นเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท และบริษัทไม่ต้องรับผิดต่อความล่าช้าหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดแก่ลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทจะใช้ความพยายามตามสมควรเพื่อบรรเทาผลกระทบและเร่งรัดการปล่อยสินค้า
ข้อ 7 ข้อยกเว้นความรับผิดของบริษัท
7.1 บริษัทไม่ต้องรับผิดต่อความสูญหาย เสียหาย หรือความล่าช้าของสินค้า หากเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับเหตุดังต่อไปนี้ (ก) เหตุสุดวิสัยตามข้อ 18 (ข) สภาพแห่งสินค้านั้นเอง เช่น การเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ สนิม การระเหย การรั่วซึม หรือแมลง (ค) ความผิดหรือความประมาทเลินเล่อของลูกค้า ผู้ส่ง หรือผู้รับ รวมถึงความบกพร่องของหีบห่อและการสำแดงข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง (ง) การกระทำ คำสั่ง หรือการละเว้นการกระทำของหน่วยงานรัฐ ศุลกากร ทหาร หรือเจ้าพนักงานของประเทศใด ๆ บนเส้นทางขนส่ง (จ) การปิดด่านพรมแดน การจำกัดการผ่านแดน หรือการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือแนวปฏิบัติของรัฐ (ฉ) การนัดหยุดงาน การจลาจล สงคราม การก่อการร้าย หรือโรคระบาด และ (ช) เหตุอื่นใดซึ่งมิได้เกิดจากความผิดของบริษัท
7.2 กำหนดเวลาขนส่งหรือกำหนดส่งมอบที่บริษัทแจ้ง เป็นเพียงการประมาณการโดยสุจริตเท่านั้น มิใช่คำรับประกัน บริษัทไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายจากความล่าช้าไม่ว่ากรณีใด เว้นแต่บริษัทได้ตกลงรับประกันกำหนดเวลาไว้เป็นหนังสือโดยมีการชำระค่าบริการเพิ่มเป็นการเฉพาะ
7.3 บริษัทไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายทางอ้อม ความเสียหายพิเศษ หรือความเสียหายต่อเนื่องไม่ว่าลักษณะใด รวมถึงการขาดกำไร การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ การสูญเสียตลาดหรือมูลค่าทางการค้า ค่าปรับหรือค่าเสียหายที่ลูกค้าต้องชำระแก่บุคคลอื่น และความเสียหายต่อชื่อเสียง แม้บริษัทจะได้รับแจ้งถึงความเป็นไปได้แห่งความเสียหายนั้นแล้วก็ตาม
7.4 บริษัทไม่ต้องรับผิดในเงินตรา ธนบัตร ตราสาร อัญมณี โลหะมีค่า วัตถุโบราณ หรือของมีค่าอย่างอื่น เว้นแต่ลูกค้าได้แจ้งราคาและสภาพแห่งของดังกล่าวเป็นหนังสือในขณะส่งมอบ และบริษัทได้ตกลงรับขนโดยเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มแล้ว
ข้อ 8 ข้อจำกัดความรับผิดของบริษัท
8.1 ไม่ว่ากรณีใด ความรับผิดรวมของบริษัทต่อความสูญหายหรือเสียหายของสินค้าในแต่ละชิปเมนท์ ให้จำกัดไว้ไม่เกินจำนวนที่ต่ำที่สุดของจำนวนดังต่อไปนี้ (ก) มูลค่าสินค้าตามที่ลูกค้าสำแดงไว้ต่อบริษัท หรือหากมิได้สำแดง มูลค่าที่แท้จริงของสินค้าตามหลักฐานการซื้อขาย (ข) 100 บาท ต่อน้ำหนักรวมหนึ่งกิโลกรัมของสินค้าส่วนที่สูญหายหรือเสียหาย (ค) 3 เท่าของค่าบริการขนส่งสำหรับสินค้าส่วนที่สูญหายหรือเสียหาย และ (ง) 100,000 บาท ต่อหนึ่งชิปเมนท์ ทั้งนี้ ความรับผิดตามข้อนี้ให้มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 2,000 บาทต่อชิปเมนท์ แต่ไม่เกินมูลค่าที่แท้จริงของสินค้าส่วนที่สูญหายหรือเสียหาย
8.2 หากลูกค้าประสงค์ให้บริษัทรับผิดเกินกว่าข้อ 8.1 ลูกค้าต้องแจ้งมูลค่าสินค้าเป็นหนังสือและได้รับความตกลงจากบริษัท พร้อมชำระค่าบริการเพิ่มก่อนเริ่มการขนส่ง หรือจัดให้มีการประกันภัยสินค้าตามข้อ 9
8.3 การชดใช้ตามข้อ 8.1 ให้คำนวณจากราคาต้นทุนสินค้าตามหลักฐานการซื้อขายที่แท้จริง โดยไม่รวมกำไร ภาษีอากร หรือค่าใช้จ่ายอื่น
8.4 ข้อจำกัดความรับผิดตามเงื่อนไขนี้ ไม่ใช้บังคับแก่ความเสียหายอันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท
8.5 กรณีที่การขนส่งช่วงใดตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายซึ่งกำหนดความรับผิดขั้นต่ำของผู้ขนส่งไว้เป็นการเฉพาะและมิอาจตกลงให้ต่ำกว่าได้ เช่น กฎหมายว่าด้วยการรับขนของทางทะเล ความรับผิดของบริษัทสำหรับการขนส่งช่วงนั้นให้เป็นไปตามที่กฎหมายดังกล่าวกำหนด และให้ข้อ 8.1 มีผลใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมายนั้น
ข้อ 9 การประกันภัยสินค้า
9.1 บริษัทมิใช่ผู้รับประกันภัย และค่าบริการมิได้รวมค่าเบี้ยประกันภัยสินค้า
9.2 บริษัทจะจัดให้มีการประกันภัยสินค้าในฐานะตัวแทนของลูกค้า เมื่อได้รับคำสั่งเป็นหนังสือระบุมูลค่าเอาประกันภัย และลูกค้าชำระเบี้ยประกันภัยแล้ว โดยความคุ้มครองเป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ของผู้รับประกันภัยเท่านั้น
9.3 บริษัทแนะนำให้ลูกค้าจัดให้มีประกันภัยสินค้าทุกครั้ง หากลูกค้าไม่ประสงค์ทำประกันภัย ถือว่าลูกค้ายอมรับความเสี่ยงภัยในส่วนที่เกินกว่าความรับผิดของบริษัทตามข้อ 8 ด้วยตนเอง
9.4 บริษัทจะแจ้งทางเลือกการประกันภัยสินค้าและอัตราเบี้ยประกันภัยตามที่บริษัทประกาศกำหนด ให้ลูกค้าทราบผ่านระบบการจองหรือช่องทางที่บริษัทกำหนด การที่ลูกค้าเลือกหรือไม่เลือกทำประกันภัย ให้บันทึกไว้ในระบบของบริษัท และให้ถือเป็นหลักฐานแห่งการตัดสินใจของลูกค้าตามข้อ 9.3
ข้อ 10 การตรวจรับสินค้าและการเรียกร้องค่าเสียหาย
10.1 ลูกค้าหรือผู้รับสินค้าต้องตรวจสอบจำนวนและสภาพภายนอกของสินค้า ณ เวลารับมอบ หากพบความสูญหายหรือเสียหายที่เห็นประจักษ์ ต้องบันทึกไว้ในเอกสารรับมอบสินค้าทันที
10.2 กรณีความสูญหายหรือเสียหายที่ไม่อาจเห็นได้จากสภาพภายนอก ลูกค้าต้องแจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือภายใน 8 วันนับแต่วันรับมอบสินค้า
10.3 หากมิได้ดำเนินการตามข้อ 10.1 หรือข้อ 10.2 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริษัทได้ส่งมอบสินค้าครบถ้วนในสภาพเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ลูกค้าจะพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น
10.4 ในการเรียกร้องค่าเสียหาย ลูกค้าต้องยื่นหนังสือเรียกร้องพร้อมหลักฐานประกอบครบถ้วน ได้แก่ ภาพถ่ายความเสียหาย ใบกำกับสินค้า (Invoice) บัญชีบรรจุหีบห่อ (Packing List) หลักฐานแสดงมูลค่าสินค้า และเอกสารการขนส่งที่เกี่ยวข้อง ภายใน 14 วันนับแต่วันรับมอบสินค้าหรือวันที่ควรได้รับมอบ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว
10.5 ลูกค้าไม่มีสิทธินำข้อเรียกร้องใด ๆ มาหักกลบลบหนี้ หน่วงเหนี่ยว หรือชะลอการชำระค่าบริการและค่าใช้จ่ายที่ถึงกำหนดชำระ
10.6 สิทธิเรียกร้องต่อบริษัทอันเกี่ยวกับการขนส่งมีอายุความตามที่กฎหมายกำหนด
10.7 จำนวน น้ำหนัก และสภาพภายนอกของสินค้าตามที่บริษัทบันทึกไว้ ณ เวลารับมอบสินค้าเข้าคลังสินค้าต้นทาง รวมถึงภาพถ่ายและบันทึกการชั่งน้ำหนักของบริษัท ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าถูกต้อง เว้นแต่ลูกค้าจะพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น
10.8 กรณีสินค้าสูญหายทั้งหมดหรือมิได้ถูกส่งมอบ เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาตามข้อ 10 ให้สันนิษฐานว่าวันที่ควรได้รับมอบสินค้าคือวันที่สามสิบ (30) นับแต่วันที่บริษัทรับสินค้าเข้าคลังสินค้าต้นทาง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้เป็นอย่างอื่นตามพฤติการณ์
ข้อ 11 ค่าบริการ ใบเสนอราคา และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
11.1 ใบเสนอราคามีผลผูกพันภายใน 7 วันนับแต่วันที่ออก และอยู่บนสมมติฐานของข้อมูลที่ลูกค้าแจ้ง อัตราค่าระวาง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา และค่าธรรมเนียมของทางราชการ ณ วันที่เสนอราคา
11.2 บริษัทสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง ผลต่างจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ค่าธรรมเนียมด่านพรมแดน ค่าตรวจสอบหรือเอกซเรย์ตู้สินค้า ค่าเปิดตรวจของศุลกากร ค่ากักกัน ค่าเสียเวลาของยานพาหนะและตู้สินค้า (Demurrage/Detention) ค่าเก็บรักษาสินค้าระหว่างทาง และค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือระเบียบของรัฐ
11.3 หากประเภท น้ำหนัก หรือปริมาตรของสินค้าที่แท้จริงแตกต่างจากที่สำแดง บริษัทมีสิทธิเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มตามอัตราที่แท้จริง
11.4 การคำนวณค่าบริการขนส่ง ให้เปรียบเทียบระหว่างน้ำหนักจริงกับปริมาตรของสินค้า และใช้เกณฑ์ที่มีค่าบริการสูงกว่า น้ำหนักจริงให้ปัดเศษขึ้นเป็นจำนวนเต็มกิโลกรัม ปริมาตรให้คำนวณเป็นลูกบาศก์เมตรโดยใช้ทศนิยมสองตำแหน่งและปัดเศษส่วนที่เกินขึ้น โดยวัดจากจุดที่กว้างที่สุด ยาวที่สุด และสูงที่สุดของสินค้าแต่ละชิ้นรวมบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ ขั้นต่ำต่อชิ้นคือหนึ่งกิโลกรัมหรือ 0.01 ลูกบาศก์เมตร แล้วแต่กรณี
ข้อ 12 การชำระเงิน
12.1 ลูกค้าต้องชำระค่าบริการและค่าใช้จ่ายทั้งปวงก่อนการส่งมอบสินค้า เว้นแต่มีข้อตกลงวงเงินสินเชื่อเป็นหนังสือ ค่าบริการกำหนดและชำระเป็นเงินบาท เว้นแต่บริษัทตกลงเป็นอย่างอื่น กรณีชำระเป็นสกุลเงินอื่น ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่บริษัทประกาศหรือแจ้งแก่ลูกค้า ณ วันออกใบแจ้งหนี้
12.2 หากลูกค้าผิดนัดชำระ ลูกค้าตกลงชำระดอกเบี้ยในอัตรา 15% ต่อปีของยอดที่ค้างชำระ นับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระครบถ้วน และบริษัทมีสิทธิระงับการให้บริการหรือระงับการส่งมอบสินค้าใด ๆ ของลูกค้าไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วน
12.3 ค่าบริการที่ชำระแล้วไม่อาจเรียกคืนได้เมื่อบริษัทได้เริ่มดำเนินการแล้ว เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง
12.4 กรณีลูกค้าเป็นผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากร ลูกค้าตกลงแต่งตั้งและมอบอำนาจให้บริษัทเป็นตัวแทนของลูกค้าในการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าบริการ นำส่งภาษีดังกล่าวต่อกรมสรรพากรภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย และจัดทำพร้อมส่งมอบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายในนามของลูกค้า โดยการตกลงยอมรับเงื่อนไขนี้ให้ถือเป็นหลักฐานการตั้งตัวแทนเป็นหนังสือ และให้วิธีการนี้เป็นวิธีการมาตรฐานสำหรับการชำระค่าบริการทุกช่องทางของบริษัท ลูกค้ามีหน้าที่แจ้งเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ชื่อ และที่อยู่ตามทะเบียนให้ถูกต้องครบถ้วน และยังคงรับผิดชอบในความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว
การดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยตนเองโดยลูกค้า กระทำได้เฉพาะลูกค้าซึ่งชำระค่าบริการตามใบแจ้งหนี้ภายใต้ข้อตกลงวงเงินสินเชื่อกับบริษัท และได้แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือก่อนการชำระเงิน โดยลูกค้าต้องนำส่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ถูกต้องครบถ้วนให้แก่บริษัทภายใน 15 วันนับแต่วันชำระเงิน หากพ้นกำหนด ให้ถือว่าจำนวนเงินที่หักไว้เป็นหนี้ค้างชำระ และบริษัทมีสิทธิดำเนินการตามข้อ 12.2 จนกว่าจะได้รับหนังสือรับรองหรือเงินจำนวนดังกล่าว
ข้อ 13 สิทธิยึดหน่วงและการจำหน่ายสินค้า
13.1 บริษัทมีสิทธิยึดหน่วงสินค้า เอกสาร และทรัพย์สินใด ๆ ของลูกค้าที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ใด ๆ ที่ลูกค้าค้างชำระต่อบริษัท ไม่ว่าหนี้นั้นจะเกี่ยวข้องกับสินค้าที่ยึดหน่วงนั้นหรือไม่ก็ตาม
13.2 หากลูกค้าไม่ชำระหนี้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่บริษัทมีหนังสือบอกกล่าวทวงถาม ซึ่งระบุจำนวนหนี้ค้างชำระและแจ้งความประสงค์ที่จะจำหน่ายสินค้า บริษัทมีสิทธินำสินค้าที่ยึดหน่วงไว้ออกขายทอดตลาด หรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นอันสมควรตามสภาพและราคาตลาดของสินค้าในขณะนั้น โดยบริษัทจะแจ้งกำหนดการจำหน่ายให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าตามสมควรเท่าที่จะกระทำได้ เงินที่ได้จากการจำหน่ายให้นำมาหักชำระตามลำดับ ดังนี้ (ก) ค่าใช้จ่ายในการยึดหน่วง เก็บรักษา และจำหน่ายสินค้า (ข) หนี้ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ย หากมีเงินเหลือ บริษัทจะคืนให้แก่ลูกค้าตามช่องทางที่ลูกค้าแจ้งไว้ หากไม่เพียงพอ ลูกค้ายังคงต้องรับผิดชำระในส่วนที่ขาดจนครบถ้วน เพื่อประโยชน์แห่งข้อนี้ ลูกค้าตกลงมอบอำนาจโดยชัดแจ้งให้บริษัทเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจของลูกค้า ในการจัดการ จำหน่าย และโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าดังกล่าวแก่ผู้ซื้อ ตลอดจนลงนามในเอกสารที่เกี่ยวข้องแทนลูกค้า การมอบอำนาจนี้เป็นการมอบอำนาจเพื่อประโยชน์ของบริษัทผู้รับมอบอำนาจด้วย ลูกค้าจึงตกลงจะไม่เพิกถอนตราบเท่าที่ยังมีหนี้ค้างชำระ ทั้งนี้ เมื่อบริษัทได้ดำเนินการจำหน่ายโดยสุจริตและตามวิธีอันสมควรแล้ว ให้สันนิษฐานว่าราคาที่จำหน่ายได้เป็นราคาอันสมควร และลูกค้าตกลงจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดจากบริษัทอันเนื่องมาจากการจำหน่ายดังกล่าว
13.3 กรณีไม่มีผู้มารับสินค้า ผู้รับปฏิเสธการรับสินค้า หรือไม่สามารถติดต่อลูกค้าได้ บริษัทจะบอกกล่าวไปยังลูกค้าตามช่องทางที่ลูกค้าให้ไว้ โดยลูกค้ารับภาระค่าเก็บรักษาที่เกิดขึ้น หากพ้นกำหนด 60 วันนับแต่วันบอกกล่าวแล้วยังไม่มีการรับสินค้า บริษัทมีสิทธิจำหน่ายสินค้าตามข้อ 13.2 สำหรับสินค้าเน่าเสียง่าย บริษัทมีสิทธิจำหน่ายได้ทันทีเท่าที่จำเป็น
ข้อ 14 บริการคลังสินค้า
14.1 สินค้าที่เก็บรักษา ณ คลังสินค้าปลายทางของบริษัท ได้รับยกเว้นค่าเก็บรักษาเป็นเวลา 5 วันนับแต่วันที่สินค้าถึงคลังสินค้าปลายทาง โดยบริษัทจะแจ้งสถานะสินค้าถึงให้ลูกค้าทราบตามวิธีในข้อ 21.3 (ข) อย่างช้าภายในวันทำการถัดจากวันที่สินค้าถึง และให้ถือว่าลูกค้าได้ทราบเมื่อบริษัทได้ส่งการแจ้งแล้ว เมื่อพ้นระยะเวลายกเว้น บริษัทมีสิทธิคิดค่าเก็บรักษาตามอัตราที่บริษัทประกาศกำหนด ทั้งนี้ หากบริษัทมิได้ส่งการแจ้งภายในกำหนดข้างต้น ให้เริ่มนับระยะเวลายกเว้นตั้งแต่วันที่บริษัทได้ส่งการแจ้งเป็นต้นไป
14.2 สินค้าที่บริษัทรับเข้าคลังสินค้าต้นทาง ได้รับยกเว้นค่าเก็บรักษาเป็นเวลา 5 วันนับแต่วันที่บริษัทบันทึกรับสินค้าเข้าคลังตามข้อ 10.7 โดยบริษัทจะแจ้งสถานะการรับเข้าให้ลูกค้าทราบตามวิธีในข้อ 21.3 (ข) โดยอ้างอิงรหัสพัสดุหรือเครื่องหมายการขนส่ง เมื่อพ้นระยะเวลายกเว้น บริษัทมีสิทธิคิดค่าเก็บรักษาตามอัตราที่บริษัทประกาศกำหนด ทั้งนี้ ระยะเวลานับแต่วันที่ลูกค้าได้สั่งขนส่งและชำระค่าบริการครบถ้วนหรือมีวงเงินสินเชื่อรองรับแล้ว จนถึงวันที่สินค้าออกจากคลังตามรอบการขนส่งปกติ ไม่นำมาคิดค่าเก็บรักษา
14.3 กรณีสินค้าอยู่ในคลังสินค้าต้นทางเกินกว่า 30 วันนับแต่วันรับเข้าคลัง โดยลูกค้ามิได้สั่งขนส่งหรือมิได้ชำระค่าเก็บรักษาที่ถึงกำหนด บริษัทจะมีหนังสือบอกกล่าวไปยังลูกค้าตามช่องทางที่ให้ไว้ โดยระบุรายการสินค้า จำนวนเงินค้างชำระ (ถ้ามี) กำหนดเวลาดำเนินการ และผลแห่งการเพิกเฉย หากพ้น 30 วันนับแต่วันบอกกล่าวแล้วลูกค้ายังเพิกเฉย บริษัทมีสิทธิดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดโดยค่าใช้จ่ายเป็นของลูกค้า ดังนี้ (ก) ส่งสินค้าคืนไปยังผู้ขายหรือผู้ส่งต้นทาง หรือ (ข) ดำเนินการตามข้อ 13.2 และข้อ 13.3 โดยอนุโลม ณ ท้องที่ที่สินค้าตั้งอยู่ สำหรับสินค้าเน่าเสียง่าย บริษัทมีสิทธิดำเนินการได้ทันทีเท่าที่จำเป็น
14.4 ความรับผิดของบริษัทต่อสินค้าในระหว่างการเก็บรักษา ไม่ว่า ณ คลังสินค้าต้นทางหรือคลังสินค้าปลายทาง อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นและข้อจำกัดความรับผิดตามข้อ 7 และข้อ 8
ข้อ 15 การส่งมอบสินค้า
15.1 บริษัทจะส่งมอบสินค้า ณ ที่อยู่ที่ลูกค้าระบุ การส่งมอบให้แก่บุคคลใดซึ่งอยู่ ณ สถานที่ดังกล่าว ถือเป็นการส่งมอบโดยชอบแล้ว เว้นแต่ลูกค้าได้กำหนดตัวผู้รับไว้เป็นหนังสือล่วงหน้า
15.2 หากไม่อาจส่งมอบสินค้าได้เพราะเหตุอันเกิดจากฝ่ายลูกค้า เช่น ที่อยู่ไม่ถูกต้อง ไม่มีผู้รับ หรือผู้รับปฏิเสธการรับ ลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าขนส่งซ้ำ ค่าเก็บรักษา และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดขึ้นทั้งหมด
15.3 การจัดส่งสินค้าภายในประเทศไทยอาจดำเนินการโดยผู้ประกอบการขนส่งบุคคลที่สามตามที่บริษัทเห็นสมควร พื้นที่ให้บริการ ข้อจำกัดเกี่ยวกับลักษณะหรือหีบห่อของสินค้า (เช่น สินค้าที่บรรจุด้วยลังไม้) ตลอดจนน้ำหนักและขนาดสูงสุด เป็นไปตามเงื่อนไขการให้บริการของผู้ประกอบการขนส่งรายนั้น บริษัทมีสิทธิเปลี่ยนผู้ประกอบการขนส่งหรือวิธีจัดส่งตามความเหมาะสม กรณีที่อยู่จัดส่งอยู่นอกพื้นที่ให้บริการปกติ หรือสินค้ามีน้ำหนักหรือขนาดเกินเกณฑ์ของผู้ประกอบการขนส่ง ค่าบริการส่วนเพิ่มที่เรียกเก็บเป็นภาระของลูกค้า และเมื่อสินค้าเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว ลูกค้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่ง เว้นแต่บริษัทตกลงโดยลูกค้ารับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
15.4 กรณีลูกค้าเลือกรับสินค้าด้วยตนเอง ณ จุดรับสินค้าของบริษัท ผู้รับต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ หรือหลักฐานการรับสินค้าตามที่บริษัทกำหนด และการส่งมอบแก่ผู้แสดงหลักฐานดังกล่าวถือเป็นการส่งมอบโดยชอบแล้ว สินค้าที่รับด้วยตนเองต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 500 กิโลกรัมต่อชิ้น หรือปริมาตรไม่เกิน 2 ลูกบาศก์เมตรต่อชิ้น หากเกินกว่านั้นให้ใช้บริการจัดส่งของบริษัทตามอัตราที่ตกลงกัน ทั้งนี้ ผู้รับต้องตรวจสอบจำนวนและสภาพภายนอกของสินค้าก่อนออกจากจุดรับสินค้า ตามนัยข้อ 10.1
ข้อ 16 ผู้รับจ้างช่วงและการขยายความคุ้มครอง
16.1 บริษัทมีสิทธิว่าจ้างผู้รับจ้างช่วงเพื่อดำเนินการทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของบริการ ตามข้อกำหนดใด ๆ ที่บริษัทเห็นสมควร
16.2 บรรดาข้อยกเว้น ข้อจำกัดความรับผิด สิทธิ และประโยชน์ทั้งปวงของบริษัทตามเงื่อนไขนี้ ให้ขยายไปคุ้มครองถึงบริษัทในเครือของบริษัท ตลอดจนกรรมการ พนักงาน ตัวแทน และผู้รับจ้างช่วงทุกทอดของบริษัทและของบริษัทในเครือด้วย และลูกค้าตกลงว่าจะไม่ยกข้อเรียกร้องต่อบุคคลดังกล่าวเกินไปกว่าที่ตนมีสิทธิเรียกร้องเอาจากบริษัทได้ตามเงื่อนไขนี้
ข้อ 17 พิธีการศุลกากรและภาษีอากร
17.1 บริษัทดำเนินพิธีการศุลกากรในฐานะตัวแทนของลูกค้า โดยอาศัยข้อมูลและเอกสารที่ลูกค้าจัดหาให้ ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบในความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลและเอกสารดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว
17.2 บรรดาอากร ภาษี ค่าธรรมเนียม เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และการประเมินเพิ่มเติมใด ๆ รวมถึงผลจากการตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย (Post-Clearance Audit) เป็นภาระของลูกค้าทั้งสิ้น แม้จะเกิดขึ้นภายหลังการส่งมอบสินค้าแล้วก็ตาม
17.3 กรณีบริษัทได้ทดรองจ่ายค่าอากร ภาษี หรือค่าธรรมเนียมใดแทนลูกค้า ลูกค้าต้องชำระคืนทันทีที่ได้รับแจ้ง พร้อมค่าธรรมเนียมการทดรองจ่ายในอัตรา 3% ของยอดที่ทดรองจ่ายหรือขั้นต่ำ 500 บาท ต่อครั้ง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
17.4 ค่าปรับหรือความเสียหายอันเกิดจากการสำแดงตามข้อมูลของลูกค้า ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น เว้นแต่จะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท
ข้อ 18 เหตุสุดวิสัยและเหตุนอกเหนือการควบคุม
18.1 “เหตุสุดวิสัย” หมายถึง เหตุการณ์ใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควรของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ภัยธรรมชาติ อุทกภัย แผ่นดินไหว อัคคีภัย พายุ โรคระบาด สงคราม การสู้รบ การก่อการร้าย การจลาจล การนัดหยุดงาน การชุมนุมประท้วง การปิดหรือจำกัดการผ่านแดน คำสั่งหรือการกระทำของรัฐหรือเจ้าพนักงาน การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือระเบียบ ความขัดข้องของระบบสาธารณูปโภค โครงข่ายคมนาคม หรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
18.2 บริษัทไม่ต้องรับผิดต่อการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติล่าช้าซึ่งหน้าที่ใด อันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย และให้ขยายกำหนดเวลาปฏิบัติหน้าที่ออกไปตามสมควรแก่กรณี
18.3 ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่จำเป็นและเกิดขึ้นจริงจากเหตุสุดวิสัย เช่น ค่าเก็บรักษาสินค้า ค่าเปลี่ยนเส้นทาง หรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมของทางราชการ บริษัทมีสิทธิเรียกเก็บจากลูกค้าได้ตามสมควร
18.4 หากเหตุสุดวิสัยดำเนินต่อเนื่องเกินกว่า 30 วัน คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกเลิกการให้บริการเฉพาะงานที่ได้รับผลกระทบ โดยลูกค้ายังคงมีหน้าที่ชำระค่าบริการและค่าใช้จ่ายสำหรับส่วนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
ข้อ 19 ข้อมูลส่วนบุคคล
19.1 ลูกค้ารับรองว่าข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม (เช่น ผู้รับสินค้า) ที่ให้แก่บริษัท ได้มาและเปิดเผยโดยชอบด้วยกฎหมาย
19.2 บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นเพื่อการให้บริการ การดำเนินพิธีการศุลกากร การปฏิบัติตามกฎหมาย และการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายของบริษัทหรือของผู้เสียหายตามข้อ 6.2 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท
ข้อ 20 กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท
20.1 เงื่อนไขนี้อยู่ภายใต้บังคับและการตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย
20.2 ข้อพิพาทใด ๆ อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับบริการหรือเงื่อนไขนี้ ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลไทย
ข้อ 21 ข้อกำหนดทั่วไป
21.1 หากข้อกำหนดใดของเงื่อนไขนี้ตกเป็นโมฆะหรือใช้บังคับไม่ได้ ให้ข้อกำหนดส่วนที่เหลือยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปโดยสมบูรณ์
21.2 การที่บริษัทมิได้ใช้สิทธิใดตามเงื่อนไขนี้ในคราวใด ไม่ถือเป็นการสละสิทธินั้น
21.3 การแจ้งหรือบอกกล่าวไปยังลูกค้า ให้กระทำโดยวิธีหนึ่งวิธีใดดังต่อไปนี้ (ก) สำหรับข้อมูลสถานะการขนส่งและการแจ้งทั่วไป — การแสดงข้อมูลหรือข้อความในระบบของบริษัทภายใต้บัญชีผู้ใช้ของลูกค้า โดยลูกค้ามีหน้าที่เข้าสู่ระบบเพื่อตรวจดูตามสมควร หรือ (ข) สำหรับการแจ้งซึ่งมีผลต่อการเริ่มนับระยะเวลา ค่าใช้จ่าย หรือสิทธิหน้าที่ของลูกค้าตามเงื่อนไขนี้ — การส่งข้อความไปยังที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่ลูกค้าให้ไว้ครั้งล่าสุด และให้ถือว่าลูกค้าได้ทราบเมื่อบริษัทได้ส่งข้อความนั้นแล้ว ทั้งนี้ ข้อความตาม (ข) อาจเป็นเพียงการแจ้งให้เข้าสู่ระบบเพื่อดูรายละเอียดก็ได้ ลูกค้ามีหน้าที่ปรับปรุงช่องทางติดต่อของตนให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ และเป็นผู้รับผลแห่งการไม่ได้รับการแจ้งอันเกิดจากช่องทางติดต่อที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นปัจจุบันนั้นเอง
21.4 บริษัทอาจโอนสิทธิหรือหน้าที่ตามเงื่อนไขนี้ได้ ลูกค้าจะโอนสิทธิหรือหน้าที่มิได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากบริษัท
21.5 หัวข้อของแต่ละข้อมีไว้เพื่อความสะดวกในการอ้างอิงเท่านั้น มิได้มีผลต่อการตีความ
21.6 ข้อมูลและบันทึกที่จัดทำและเก็บรักษาในระบบของบริษัทตามปกติทางการค้า รวมถึงบันทึกการยอมรับเงื่อนไข บันทึกการแจ้ง และบันทึกสถานะการขนส่ง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าถูกต้องและครบถ้วน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้เป็นอย่างอื่น
การตกลงยอมรับเงื่อนไขโดยชัดแจ้ง
ข้าพเจ้าได้อ่านและเข้าใจเงื่อนไขการให้บริการฉบับนี้โดยตลอดแล้ว และตกลงผูกพันตามเงื่อนไขทุกประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าตกลงยอมรับโดยชัดแจ้งซึ่งข้อยกเว้นและข้อจำกัดความรับผิดของบริษัทตามข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 10 และข้อ 13 ตามนัยแห่งมาตรา 625 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์